“เสริมจมูกเชียงใหม่ ที่แบงคอกคลินิก เมญ่า เชียงใหม่”

     สวยพุ่งแบบดูดี เป็นธรรมชาติ โดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ มีความโดดเด่นเรื่องการปรับรูปหน้าและการศัลยกรรม ให้ออกมาดูดี อย่างลงตัว ตรงตามโหวงเฮ้ง สร้างความมั่นใจสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยเฉพาะทางวางซิลิโคนใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อความปลอดภัยป้องกันการเคลื่อนตัวได้ของซิลิโคน และยังทำให้เสริมแล้ว ดูเนียนเป็นธรรมชาติไม่เป็นสันเป็นแท่งลอยขึ้นมา

“ควรจะเลือกซิลิโคนเสริมจมูก ที่ทำจากประเทศไหนดี?”

ถ้าจะเสริมจมูก ควรจะเลือกซิลิโคน เสริมจมูก ที่ทำจากประเทศไหนดี ? ซึ่งที่นิยมกันจะมีอยู่ทั้งหมด 3 ประเทศ จะมีประเทศใดบ้างไปดูกัน

Q : ควรจะเลือกซิลิโคน เสริมจมูก ทำจากประเทศไหนดี ?

A : การเลือกซิลิโคน เสริมจมูก ที่ดังๆ จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ประเทศด้วยกันดังนี้

  • ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศญี่ปุ่น (Japan Silicone) เป็นซิลิโคนมาตรฐานธรรมดา โดยวัตถุดิบบางตัวนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น และได้นำมาผลิตในประเทศไทย เป็นซิลิโคนที่มีลักษณะเป็นสีเหลือง และค่อนข้างแข็ง
  • ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศอเมริกา (USA Silicone) เป็นซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ มีความบริสุทธิ์ถึง 100% มีความปลอดภัยและคุณภาพดี (Medical Grade Silicone) เป็นซิลิโคนสีขาว เนื้อซิลิโคนที่นิ่ม เนียน ละเอียดมาก และมีความยืดหยุ่นได้ดีกว่า ซิลิโคนของประเทศญี่ปุ่น และเป็นซิลิโคน เสริมจมูก ที่นิยมเลือกใช้กันมากที่สุด
  • ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศเกาหลี (Korea Silicone) เป็นซิลิโคนสำเร็จรูปแบบมาตรฐานพิเศษ คือ ช่วงโคนจมูกและปลายจมูกจะ มีความนิ่มมากๆ มีความยืดหยุ่นตัวสูง ไม่มีโอกาสจะทะลุและเอียงได้เลย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมจมูกให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด แบบสไตล์เกาหลี คือไม่โด่งมากนัก และด้วยความนิ่มมากของซิลิโคนประเภทนี้ ทำให้สามารถบิดหรืองอจมูกได้ง่าย ทำให้ออกมาได้เหมือนเป็นจมูกที่เป็นธรรมชาติจริงๆ

“Mantis USA(ตั๊กแตน) ดี อย่างไร?”

1. ไม่เบี้ยว ไม่เอียง (หาง) ด้วยลักษณะมีไว้สำหรับกรณีที่จมูกเป็นขั้นที่บริเวณหัวตาตั้งแต่ก่อนเสริมและสำหรับป้องกันการเกิดขั้นที่บริเวณนี้หลังการเสริม ในส่วนนี้จะช่วยให้ เวลาวางแกนตั๊กแตน ความยาว ส่วนโค้งด้านบนของหางจะต้องถูกวางอยู่เหนือบริเวณหัวตาพอดี ซึ่งจะทำให้แกนมีความสมดุลไม่เบี้ยว ไม่เอียง

2. สามารถบิดได้ (สันและท้อง) สันของแกนเป็นส่วนที่จะกำหนดรูปทรงของสันจมูก การจะเลือกความกว้างของหลังจะต้องคำนึงถึงความหนาของผิวหนังเป็นสำคัญ ทั้งนี้ทั้งน้้น ต้องนำส่วนอื่นๆ ของใบหน้าของคนไข้มาใช้ในการพิจารณาด้วย ส่วนท้อง (ร่วมกับส่วนปีก) เป็นส่วนที่ทำให้ตัวแกนสามารถวางอยู่บนโครงสร้างพื้นฐาน ได้อย่างมั่นคง สิ่งที่ศัลยแพทย์ผู้ใช้ Mantis ควรจะทำให้ได้จนชำนาญคือการเหลาให้ส่วนท้องให้เว้าเข้ารับกับ สันจมูกของคนไข้ จึงทำให้การวางแกนได้อย่างมั่นคงและสมดุลจึงทำให้สามารถบิดได้

3. ไม่เห็นขอบซิลิโคน (ปีก) ปีกของลำตัวทำให้ไม่เกิดรอยต่อด้านข้างของสันจมูก ทำให้สามารถวางได้อย่างเป็นธรรมชาติ นั่นคือปีกคู่นี้ถูกออกแบบให้วางเหนือ กระดูกอ่อนด้านข้าง ทำให้การวางตัวของปีกคู่นี้ไม่รบกวนการขยับปลายจมูก ยิ่งไปกว่านั้น ในกรณีที่คนไข้ต้องการเสริมเพียงส่วนสันจมูก (กรณีที่จะไม่ใช้ส่วนหัว) โค้งที่เข้ากันของส่วนปีกนี้จะทำให้ลำตัวซึ่งเป็นส่วนที่เหลือหลังจากการตัดสามารถวางตัวอยู่ได้ด้วยตัวของมันเองโดยไม่ต้องอาศัยการยันที่ใต้ปลายจมูก

4. ไม่หนักจมูก (คอ) คอเป็นส่วนที่สำคัญต่อการทำให้เกิดความสามารถในการขยับปลายจมูกได้อย่างเป็นปกติ คอที่บางจะทำให้สามารถขยับปลายจมูกได้ง่าย สิ่งที่ควรจะรู้เกี่ยวกับคอคือส่วนคอเป็นส่วนที่ควรจะบางกว่าส่วนอื่นเพราะผิวหนังส่วนนี้จะหนากว่าส่วนอื่น จึงทำให้ไม่รู้สึกไม่หนักจมูก

5. ป้องกันการทะลุได้ดีที่สุด (หัว) ส่วนหัวจำถูกออกแบบมาอย่างพิเศษ โดยให้มีลักษณะหัวโค้งมน จึงทำให้ยากต่อการทำละของตัวซิลิโคน

6. ล็อกเข้ากับจมูกพอดี (ปาก) ในส่วนนี้ปลายซิลิโคนจะมารถล็อกเข้ากับร่องระหว่างรูจมูกได้อย่างพอดี จึงทำให้ยากต่อการเคลื่อนที่ของตัวซิลิโคนได้ดียิ่งขึ้น

“การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมเสริมจมูก”

  1. พบแพทย์เพื่อปรึกษาและบอกทรงที่ต้องการเพื่อให้หมอประเมิน และแจ้งรายละเอียดข้อจำกัดในแต่ละบุคคล
  2. ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ให้รับประทานอาหารและน้ำให้เรียบร้อย
  3. หากมีโรคประจำตัว หรือแพ้ยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
  4. งดรับประทานอาหารเสริม และงดยาที่มีฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัว
  5. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน และงดการสูบบุหรี่ 1 สัปดาห์

“ขั้นตอนในการศัลยกรรมจมูก”

  1. ปรึกษาแพทย์ ทำการตรวจจมูก และเลือกรูปทรงจมูกที่ต้องการ เพื่อปรับให้เข้ากับโครงหน้าของคนไข้ให้ได้มากที่สุด
  2. คนไข้ทานยาลดความเครียด แล้วทำการเปลี่ยนชุดสเตอร์ไรด์ เพื่อเตรียมพร้อมรับการผ่าตัด
  3. ผู้เชี่ยวชาญทำความสะอาดจมูก โพรงจมูก บริเวณรอบๆจมูกและทายาชา
  4. ในขั้นตอนการผ่าตัด แพทย์จะทำการฉีดยาชา แล้วเหลาซิลิโคนเพื่อเปรับให้เข้ากับรูปหน้า ใช้เวลาเพียง 30-60 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการเพิ่มเติมของคนไข้ อาทิเช่น การใช้กระดูกหลังหู การใช้เนื้อเยื่อเทียม หรือการตัดปีกจมูก
  5. หลังจากนั้นให้คนไข้ดูรูปทรงจมูก เพื่อเช็ครูปแบบทรงจมูกที่คนไข้ต้องการ เมื่อคนไข้พึงพอใจแล้ว แพทย์จะทำการเย็บปิดแผล
  6. ทำการพักฟื้น ประคบเย็น ประมาณ 30 นาที
  7. รับประทานยาแก้อักเสบ พร้อมรับยาและชุดทำความสะอาดแผล กลับบ้านพักผ่อนได้ตามปกติ
  8. มีการติดตามผลและทำคความสะอาดแผล ในวันที่ 3 ของการทำศัลยกรรม

“ขั้นตอนในการดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมเสริมจมูก”

  1. ประคบเย็นทันที หลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48-72 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง
  2. นอนยกหัวสูง หรือนั่งหลับ 2 สัปดาห์แรกหลังศัลยกรรมเสริมจมุก
  3. ห้ามแผลผ่าตัดในรูจมูกโดนน้ำ 14 วัน (กรณีที่มีการผ่าตัดกระดูกอ่อนหลังหูด้วย ห้ามแผลหลังหูโดนน้ำ 14 วัน) ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 14 วันแรกให้ใช้กระดาษซับมัน หลังจากนั้นใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งบริเวณดั้งจมูก
  4. ทานยาที่แพทย์สั่ง อย่างเคร่งครัด
  5. หากมีเลือดซึมหรือน้ำเหลืองซึม ให้ใช้คัตตอนบัดซับเบาๆ บริเวณด้านนอกรูจมูกเท่านั้น ห้ามเช็ดหรือถูด้านในรูจมูกโดยเด็ดขาด แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี ส่วนอาการเจ็บปวดบริเวณแผลในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกเป็นอาการปกติ อาจเกิดขึ้นได้ในบางราย
  6. ต้องมาพบแพทย์ตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง
  7. ห้ามคาดเดารูปทรงในช่วง 1-6 เดือนแรก จะทำให้คนไข้เกิดอาการวิตกกังวลในรูปทรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังมีอาการบวมอยู่
  8. งดทานแอลกอฮอล์และของหมักดอง ประมาณ 1 เดือน รวมทั้งงดการสูบบุหรี่ด้วย
  9. ใช้การทานน้ำมะพร้าวสดจากลูก วันละ 3-4 ลูก เพื่อช่วยให้อาการบวมยุบได้ดีขึ้น